การแสดงปาฐกถาของราชนาวิกสภา ประจำปี 2556 "การเจรจาสันติภาพ ทางออกวิกฤตชายแดนใต้"

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
รายละเอียด
หมวดหลัก: เว็บเพจ
สร้างเมื่อ วันเสาร์, 27 กรกฎาคม 2556 09:41
อัพเดตล่าสุดเมือ วันเสาร์, 27 กรกฎาคม 2556 11:09
เผยแพร่เมื่อ วันเสาร์, 27 กรกฎาคม 2556 09:41
เขียนโดย Webmaster
ฮิต: 10829

          พลเรือโท บงสุช สิงห์ณรงค์ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ/นายกกรรมการาชนาวิกสภา เป็นประธานในการแสดงปาฐกถาของราชนาวิกสภา ประจำปี 2556 ในหัวข้อ "การเจรจาสันติภาพ ทางออกวิกฤตชายแดนใต้" เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ

 

         

          เลขาฯ สมช. ชี้ปัญหาไฟใต้ส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียนอ่อนแอ ขณะที่ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เห็นด้วยกับรัฐบาลเดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติภาพ แต่ต้องให้เกิดความต่อเนื่อง

 

          กองทัพเรือ โดยราชนาวิกสภาจัดปาฐกถาในหัวข้อ "การเจรจาสันติภาพ ทางออกวิกฤตชายแดนใต้ " โดยมี พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ร่วมอภิปราย

          ทั้งนี้ พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ แสดงความเห็นว่า กระบวนการในการเจรจาเพื่อสันติภาพของไทยเดินมาถูกทางแล้ว แต่จุดอ่อนของไทย คือ ที่ผ่านมาไม่มีความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ในขณะที่ความขัดแย้งในฟิลิปปินส์ที่มีมานานเปลี่ยนผู้นำรัฐบาลมาถึง 3 คน แต่ก็ยังเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องภายใต้โรดแม็พเดียวกัน  และจากการศึกษามากว่า 10 ประเทศ พบว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี ในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนในพื้นที่ โดยเฉพาะการตอบสนองความต้องการในพื้นที่ ส่วนที่เห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้นนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะช่วงเวลาการเริ่มเจรจาเป็นช่วงเวลาที่เสี่ยงที่สุด หากพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ จะสามารถพูดคุยและสร้างความเข้าใจได้ จึงขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องใช้ความอดทน แม้ในขณะที่เจรจาอยู่จะเกิดสงครามก็ยังจำเป็นต้องใช้การเจรจา การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต้องพูดความจริงทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้หน่วยงานของไทยต้องมีเอกภาพ โดยส่วนตัวหวังให้นายกรัฐมนตรี มานั่งเป็นประธานแก้ปัญหาภาคใต้อย่างจริงจัง เพราะห่วงว่าจะมอบหมายให้คนอื่นมาแทน ทั้ง ๆ ที่สถานะของนายกรัฐมนตรีพร้อมทั้งในฐานะผู้นำรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

          ด้าน พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร กล่าวว่า รูปแบบการเจรจาเป็นในรูปแบบที่เปิดเผยได้ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการจากประชาชนมาสู่รัฐสภา และมีนโยบายที่ชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันมาเลเซียยังเป็นผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น และขั้นตอนในการเจรจาขณะนี้อยู่ในขั้นตอนก่อนการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ปัญหาดังกล่าวเกิดในพื้นที่ที่เป็นรอยต่อของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งมองว่าเป็นปัญหาของไทย แต่ปัญหาดังกล่าวกลับส่งผลกระทบให้เกิดความไม่แข็งแรงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน จึงต้องร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่ายในการแก้ไขปัญหา สิ่งที่ต้องการคือ การทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ จึงถือเป็นศิลปะของรัฐบาลในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ทั้งนี้เนื้อหาในการพูดคุยยังคงเรื่องสำคัญอยู่ พร้อมเชื่อว่า เหตุการณ์ความรุนแรงเกิดจากหลายกลุ่ม ถึงแม้การเจรจาจะเป็นเจรจากับกลุ่มใหญ่เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น แต่เชื่อว่าจะสามารถลดความรุนแรงลงได้

          ด้าน นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร กล่าวในฐานะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ว่า รัฐบาลมีหน้าที่วางนโยบายแต่ในส่วนของผู้ปฏิบัติเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับมวลชน ซึ่งสิ่งสำคัญในการเจรจาคือต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น ลดเงื่อนไขของประชาชนในพื้นที่ หากยังคงมีเงื่อนไขอยู่ก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งเงื่อนไขที่สำคัญคือ ความเป็นอยู่ที่ไม่เท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนรอมฎอนที่เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่จะส่งผลต่อการเจรจาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการเจรจากับคนในพื้นที่ซึ่งต้องทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย


วิดีทัศน์ประกอบการแสดงปาฐกถา หัวข้อ "การเจรจาสันติภาพ ทางออกวิกฤตชายแดนใต้"

 

 

ข่าว 3 มิติ (26 กรกฎาคม 2556) เสนอข่าวการปาฐกถา