ปกนาวิกศาสตร์  

  • ปกเดือนกรกฎาคม_2558.jpg
  • flip_กรกฎาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนธันวาคม_2558.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2558.jpg
  • ปกเดือนพฤศจิกายน_2541.jpg
  • ปกเดือนพฤศจิกายน_2540.jpg
  • ปกเดือนธันวาคม_2540.jpg
  • may_2556.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2558.jpg
  • ปกเดือนมิถุนายน_2540.jpg
  • march_2556.jpg
  • ปกเตือนกรกฎาคม_2542.jpg
  • ปกเดือนตุลาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนพฤศจิกายน_2558.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2559.jpg
  • ปกเดือนพฤศจิกายน_2557.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2540.jpg
  • ปกเตือนมิถุนายน_2542.jpg
  • ปกเตือนธันวาคม_2542.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2557.jpg
  • ปกเดือนกันยายน_2557.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2559.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2558.jpg
  • ปกเตือนมีนาคม_2542.jpg
  • June_2557.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2558.jpg
  • ปกเดือนกันยายน_2540.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2558.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2557.jpg
  • ปกเตือนตุลาคม_2542.jpg
  • ปกเดือนมิถุนายน_2559.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2540.jpg
  • ปกเดือนตุลาคม_2558.jpg
  • february_2556.jpg
  • september_2556.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2541.jpg
  • ปกเตือนพฤศจิกายน_2542.jpg
  • ปกเดือนมิถุนายน_2558.jpg
  • ปกเดือนตุลาคม_2541.jpg
  • flip_สิงหาคม_2557.jpg
  • ปกเตือนมกราคม_2542.jpg
  • ปกเดือนธันวาคม_2541.jpg
  • ปกเดือนกรกฎาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนกรกฎาคม_2541.jpg
  • ปกเดือนธันวาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนกรกฎาคม_2540.jpg
  • ปกเตือนกุมภาพันธ์_2542.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2540.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2559.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2540.jpg
  • ปกเดือนตุลาคม_2540.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2541.jpg
  • august_2556.jpg
  • ปกเดิอนสิงหาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2540.jpg
  • ปกเดือนมิถุนายน_2541.jpg
  • ปกเดิอนมิถุนายน_2557.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2541.jpg
  • ปกเดือนกันยายน_2541.jpg
  • october_2556.jpg
  • january_2556.jpg
  • april_2557.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2541.jpg
  • ปกเตือนกันยายน_2542.jpg
  • ปกเดือนสิงหาคม_2540.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2541.jpg
  • ปกเตือนเมษายน_2542.jpg
  • ปกเดือนสิงหาคม_2558.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2557.jpg
  • ปกเตือนพฤษภาคม_2542.jpg
  • july_2556.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2559.jpg
  • ปกเดือนสิงหาคม_2541.jpg
  • ปกเตือนสิงหาคม_2542.jpg
  • ปกเดือนกันยายน_2558.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2559.jpg
   

ผู้การเรือดำน้ำโลกจารึก

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
รายละเอียด

บทความเรื่อง "ผู้การเรือดำน้ำโลกจารึก"

"ผู้การเรือดำน้ำโลกจารึก" มีเนื้อหาที่ กล่าวถึง ฉากชีวิตของผู้บังคับการเรือดำน้ำ ๒ คน ที่ผ่านสงครามโลก และโชคดีที่มีโอกาสรอดชีวิตของ ผู้บังคับการเรือดำน้ำทั้ง ๒ คน ได้แก่ พลเรือเอก คาร์ล เดอนิตซ์ (Karl Doenitz) ผู้บัญชาการทหารเรือ แห่งกองทัพเรือเยอรมัน (ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง) และ นาวาเอกอเล็กซานเด้อร มาริเนสโก้ ผู้บังคับการเรือดำน้ำ เอส-๑๓ แห่งกองทัพเรือรัสเซีย

สำหรับ ผู้บังคับการเรือดำน้ำคนแรก พลเรือเอก คาร์ล เดอนิตซ์ นี้น ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ เดอนิตซ์มียศเป็น "เรือเอก" และได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้บังคับการเรือ อู-๕๓ ซึ่งออกปฏิบัติการในทะเลเมดิเตอเรเนียน เขาได้ล่าทำลายเรือสินค้าได้หลายลำโดยใช้ยุทธวิธีจู่โจมในเวลากลางคืน ต่อมา เรืออู-๕๓ ของเขาก็ถูกระเบิดน้ำลึกเสียหาย ทำให้ต้องลอยลำขึ้นมาและทุกคนบนเรือถูกจับเป็นเชลยในสงครามโลกครั้งที่ ๑ ภายหลังสงครามสงบ เดอนิตซ์ กลับมาทำหน้าที่ ผู้บังคับการเรือตอร์ปิโด  และเป็นครูฝึกของหน่วยเรือดำน้ำ โดยบังหน้าว่าเป็นหลักสูตร "ต่อต้านหรือปราบเรือดำน้ำ" ซึ่งฮิตเลอร์ ตัดสินใจที่จะละเมิดข้อตกลงในสัญญาสันติภาพหรือสัญญาแวร์ซายที่ห้ามเยอรมันขยายกำลังรบ

เดอนิตซ์ประสบความสำเร็จในการสร้างกองเรือดำน้ำที่มีเรือ ๕๗ ลำ เมื่อต้นสงครามและขยายเพิ่มจนเยอรมันมีเรือดำน้ำชั้นถึง ๓๐๐ ลำ ในปี พ.ศ.๒๔๘๕ กองเรืออูของเดอนิตซ์อาศัยยุทธวิธี "ฝูงหมาป่า" หรือการใช้เรือดำน้ำรุมเล่นงานกองเรือลำเลียงหรือ "คอนวอย" ข้าศึก ทำให้การปฏิบัติภารกิจประสบผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่งตลอดสงครามเรืออูของเยอรมันภายใต้การบังคับบัญชาของเดอนิตซ์สามารถจมเรือ คิดเป็นระวางขับน้ำได้ถึง ๗ ล้านตัน

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลง เขาตกเป็น "อาชญากรสงคราม" ๑๐ ปี หลังถูกจำคุกเป็นเวลา ๑๐ ปี ต่อมาพลเรือเอกเดอนิตซ์ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระและได้รับการยกย่องให้เป็น "รัฐบุรุษ" ของเยอรมันตะวันตกซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

ผู้บังคับการเรือดำน้ำโลกจารึก คนที่ ๒ ก็คือ "อเล็กซานเด้อร มาริเนสโก้" ผู้บังคับการเรือดำน้ำ เอส-๑๓ แห่งกองทัพเรือรัสเซีย โลกจารึกชื่อเขาไว้  ในฐานะผู้บังคับการเรือดำน้ำที่จมเรือศัตรูพร้อมด้วยชีวิตพลเรือนและทหารบาดเจ็บจำนวนกว่า ๑๕,๐๐๐ คน โดยเฉพาะการก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมทางทะเล ที่เรือดำน้ำ เอส-๑๓ ของรัสเซีย ได้สังหารผู้อพยพชาวเยอรมันบนเรือ "วิลเฮม กุสลอฟ" ที่อพยพคนเยอรมันออกจากฝั่งตะวันออกไปยังตะวันตกเพื่อเลือกที่จะอยู่ใต้การควบคุมของกองทัพอังกฤษในตอนปลายของสงคราม  ผู้อพยพจำนวนหลายพันคนต้องเผชิญกับความโหดร้ายทารุณของท้องทะเล และจบชีวิตในทะเลบอลติกที่หนาวเย็น อย่างสยดสยอง โดยเรือดำน้ำ เอส-๑๓ ยิงตอร์ปิโดใส่เรือ "วิลเฮม กุสลอฟ" จำนวน ๓ ลูก ทำให้เรือทั้งลำเอียงข้าง น้ำท่วมมากขึ้น เครื่องจักรใหญ่และเครื่องไฟฟ้าหยุดทำงาน ระบบขับเคลื่อนทั้งหมดใช้การไม่ได้ เรือ "วิลเฮม กุสลอฟ" เชิดหัวตั้งตรงขึ้นแล้วจมลงไปในลักษณะที่เอาท้ายลงไปก่อน

ผู้เขียนได้บรรยาย ให้เห็นถึงโศกนาฏกรรม ของผู้โดยสารบนเรือ "วิลเฮม กุสลอฟ" เช่น

การแย่งกันลงเรือช่วยชีวิตจนเกินอัตรา เมื่อหย่อนเรือช่วยชีวิตลงไปในท้องทะเลที่มีคลื่นใหญ่ และเมื่อท้องเรือถึงน้ำ แรงคลื่นก็หนุนเรือ ให้เชิดหัวขึ้นแล้วพลิกคว่ำ ส่งทุกชีวิตบนเรือลงไปสู่ความเย็นเฉียบ และมืดมิดของผืนน้ำ ท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนและเสียงหวีดร้องของผู้ที่เห็นเหตุการณ์

ผู้โดยสารบางคนที่สวมเสื้อชูชีพอยู่ ก็ตัดสินใจกระโจนลงทะเล แต่ก็ต้อง "แข็งตาย" ในเวลาต่อมา เพราะอุณหภูมิในขณะนั้นต่ำกว่าจุดเยือกแข็งหลายองศา

ลูกเรือคนหนึ่งเล่าว่า

"เมื่อพังประตูเคบินห้องหนึ่งเข้าไป สิ่งที่เห็นก็ทำให้ผมต้องผงะเพราะนายทหารเรือเยอรมันถือปืนพก กำแน่น ที่ขาของเขามีเด็กวัย ๕ ขวบกอดอยู่พร้อมกับร้องไห้จ้า และที่พื้นกลางห้อง มีผู้หญิงกับเด็กทารกนอนจมกองเลือด นายทหารคนนั้นตวาดไล่ให้ผมออกไป หลังจากนั้น ก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีก ๒ นัด ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าผู้เป็นพ่อเลือกวิธีตายให้กับคนทั้งครอบครัวด้วยการระเบิดหัวแทนที่จะจมไปพร้อมกับเรือ"

"เคอนุส" นายช่างกลของเรือ "วิลเฮม กุสลอฟ" กล่าวถึงวาระสุดท้ายของเรือลำมหึมานั้น ว่า

"ขณะที่อยู่บนเรือช่วยชีวิต ผมมองเห็นผู้โดยสารอีกหลายร้อยคนที่ติดค้างอยู่บนเรือและโบกมือไหว ๆ พร้อมทั้งร้องตะโกนให้ช่วยขณะที่เรือค่อย ๆ จมลงไป บางคนตัดสินใจกระโจนลงน้ำแล้วว่ายตรงมาที่เรือช่วยชีวิตแต่บนเรือแน่นขนัดจนรับใครอีกไม่ได้ คนเหล่านั้นจึงได้แต่เกาะข้างเรือก่อนที่จะจมหายไปในเวลาต่อมาเมื่อร่างกายต่อสู้กับความหนาวเย็นต่อไปไม่ไหว"

เมื่อกัปตัน มาริเนสโก้ ผู้บังคับการเรือดำน้ำเอส-๑๓ ของรัสเซียแน่ใจว่าเรือ"วิลเฮม กุสลอฟ" จมลงแล้ว เขาจึงสั่งดำ เพื่อเตรียมหลบออกจากบริเวณนั้น โดยไม่ได้ให้การช่วยเหลือคนที่ลอยคออยู่กลางทะเล เช่นเดียวกันกับเรือดำน้ำเยอรมันที่ไม่เคยช่วยเหลือใคร ตามคำสั่งของนายพล "เดอนิตซ์" ผู้บัญชาการทหารเรือเยอรมันที่เคยออกคำสั่ง "ห้าม" เรือดำน้ำเยอรมันปฏิบัติการกู้ภัยทางทะเลโดยเด็ดขาด ห้ามไม่ให้เรืออูรับลูกเรือหรือผู้โดยสารที่รอดชีวิตขึ้นมาบนเรือ ตลอดจนห้ามให้การช่วยเหลือในทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นน้ำ อาหาร หรือชูชีพ จนเรือดำน้ำเยอรมันได้ฉายาว่าเป็นนักรบใต้สมุทร "ผู้ไร้คุณธรรม"

นอกจากนี้ มาริเนสโก้ ยังสามารถจมเรือ "เจนเนอรัล สตูบันว์" ของเยอรมัน อับปางลงพร้อมกับชีวิตทหารบาดเจ็บประมาณ ๒,๐๐๐ คน พลเรือนอีก ๑,๕๐๐ คน ขณะลำเลียงผู้อพยพและทหารบาดเจ็บ และจมเรือขนาดกลางของเยอรมันได้อีก ๒ ลำ

แต่ในขณะนั้นช่วงระยะเวลาระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์ ถึง มิถุนายน ในปีสุดท้ายของสงครามโลก รัสเซียซึ่งได้ทำการขัดขวางการอพยพทางทะเลของเยอรมัน อย่างไม่หยุดยั้ง โดยการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด และเรือดำน้ำเข้าโจมตี  ทำให้ไม่มีใครเชื่อว่า เรือดำน้ำ เอส-๑๓ ของมาริเนสโก้ จมเรือโดยสารขนาดใหญ่ของเยอรมัน เขาได้รับเพียงเหรียญสดุดี "เลนิน" ธรรมดา ๆ ซึ่งทหารที่ผ่านสงครามทั่ว ๆ ไปได้รับ แทนที่จะเป็นเหรียญกล้าหาญ "ชั้นสูงสุด" ในฐานะวีรบุรุษสงคราม

มาริเนสโก้ก็ต้องถูกออกจากกองทัพเรือด้วยข้อหา "กระด้างกระเดื่อง" ต่อผู้บังคับบัญชา และต่อมาก็ถูกจับในข้อหามีความผิดทางการเมืองซึ่งเป็นภัยต่อรัสเซียและถูกเนรเทศไปอยู่ในคุกไซบีเรียถึง ๓ ปี

ต่อมา ในปี ค.ศ.๑๙๕๓ หลังจากสตาลินผู้นำรัสเซียถึงแก่อสัญกรรมได้เพียง ๒ ปี นักโทษการเมืองในไซบีเรียจึงได้รับการปลดปล่อยรวมทั้งมาริเนสโก้ด้วย  นายทหารระดับสูงในกองทัพเรือหลายคน ซึ่งรู้ความจริงได้ให้ความช่วยเหลือ จนมาริเนสโก้ได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง มีการ "คืนยศ" ให้กับอดีตผู้บังคับการเรือดำน้ำผู้โชคร้าย และเลื่อนขั้นให้เป็น "นาวาเอก" เพื่อตอบแทนความกล้าหาญของเขา

และในปี ค.ศ.๑๙๖๐ จึงมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า เรือดำน้ำเอส-๑๓ สามารถจมเรือขนาดยักษ์ของเยอรมันได้ถึง ๒ ลำ ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยฝืมือของผู้บังคับการเรือที่ชื่อนาวาเอก "อเล็กซานเดอร์ มาริเนสโก้" พิพิทธภัณฑ์ทหารในรัสเซียจารึกชื่อของมาริเนสโก้ในฐานะ "วีรบุรุษ" คนหนึ่ง

 

   

ผู้ที่กำลังออนไลน์

มี 68 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

   

จำนวนผู้เข้าชมบทความ

เนื้อหาที่เปิดอ่าน
730132
   

สถิติผู้เยี่ยมชม

372191
วันนี้วันนี้71
เมื่อวานนี้เมื่อวานนี้395
เดือนนี้เดือนนี้8718
All_DaysAll_Days372191
   
© สำนักงานราชนาวิกสภา กองบัญชาการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ 10700 webmaster@rtni.org โทร.0-2475-4869

เข้าสู่ระบบ

   

สำนักงานราชนาวิกสภา กองบัญชาการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ 10700
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.   โทร.0-2475-4869