ปกนาวิกศาสตร์  

  • ปกเดือนกรกฎาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนกรกฎาคม_2540.jpg
  • august_2556.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2559.jpg
  • ปกเดือนธันวาคม_2541.jpg
  • ปกเดือนสิงหาคม_2558.jpg
  • ปกเดือนกันยายน_2558.jpg
  • ปกเดือนสิงหาคม_2540.jpg
  • october_2556.jpg
  • ปกเดือนพฤศจิกายน_2540.jpg
  • ปกเดือนมิถุนายน_2559.jpg
  • ปกเดือนกันยายน_2557.jpg
  • ปกเตือนพฤษภาคม_2542.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2557.jpg
  • June_2557.jpg
  • ปกเดือนพฤศจิกายน_2557.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2540.jpg
  • ปกเดือนตุลาคม_2558.jpg
  • ปกเตือนสิงหาคม_2542.jpg
  • march_2556.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2541.jpg
  • ปกเตือนพฤศจิกายน_2542.jpg
  • ปกเดือนธันวาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2540.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2558.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2558.jpg
  • ปกเดิอนสิงหาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2540.jpg
  • ปกเตือนมีนาคม_2542.jpg
  • ปกเดือนธันวาคม_2558.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2559.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2559.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2557.jpg
  • ปกเตือนมกราคม_2542.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2557.jpg
  • ปกเตือนกรกฎาคม_2542.jpg
  • ปกเดือนตุลาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนกรกฎาคม_2558.jpg
  • september_2556.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2558.jpg
  • ปกเดือนมิถุนายน_2541.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2541.jpg
  • ปกเดือนกรกฎาคม_2541.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2541.jpg
  • ปกเดือนพฤศจิกายน_2541.jpg
  • ปกเตือนกันยายน_2542.jpg
  • ปกเดือนกันยายน_2540.jpg
  • ปกเดือนกันยายน_2541.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2541.jpg
  • flip_กรกฎาคม_2557.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2540.jpg
  • flip_สิงหาคม_2557.jpg
  • february_2556.jpg
  • april_2557.jpg
  • ปกเดือนมิถุนายน_2558.jpg
  • ปกเดือนตุลาคม_2540.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2541.jpg
  • ปกเดือนตุลาคม_2541.jpg
  • ปกเดือนพฤษภาคม_2559.jpg
  • ปกเดือนมิถุนายน_2540.jpg
  • ปกเดิอนมิถุนายน_2557.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2540.jpg
  • ปกเดือนเมษายน_2557.jpg
  • ปกเดือนสิงหาคม_2541.jpg
  • ปกเดือนมีนาคม_2559.jpg
  • ปกเตือนเมษายน_2542.jpg
  • ปกเดือนธันวาคม_2540.jpg
  • may_2556.jpg
  • ปกเดือนพฤศจิกายน_2558.jpg
  • ปกเตือนธันวาคม_2542.jpg
  • january_2556.jpg
  • ปกเตือนตุลาคม_2542.jpg
  • july_2556.jpg
  • ปกเตือนกุมภาพันธ์_2542.jpg
  • ปกเตือนมิถุนายน_2542.jpg
  • ปกเดือนกุมภาพันธ์_2558.jpg
  • ปกเดือนมกราคม_2558.jpg
   

เรือ(รบ)หลวง ที่มาไม่ถึงประเทศไทย

ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 
รายละเอียด

naresuanship1


เพื่อนทหารเรือ

เมื่อหลายปีก่อน ผมได้อ่านบทความในหนังสือ แทงโก้ (TANGO) ของมูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย ได้เขียนถึงเครื่องบินขับไล่ปีกชั้นเดียวแบบ North American P-64 ซึ่งกองทัพอากาศได้สั่งซื้อจากสหรัฐอเมริกาในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 (ก่อนสงครามอินโดจีน) และเมื่อสถานการณ์ในทางด้านตะวันออกไกลและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดูจะมีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทางรัฐบาลอเมริกันคงจะเริ่มพิจารณาเห็นถึง การดำเนินนโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัฐบาลพิบูลสงคราม เริ่มจะมีความแข็งกร้าว อาจมีการคุกคามต่ออินโดจีนฝรั่งเศส (ซึ่งปกครองลาว-ญวน-เขมร) จากนโยบายทวงดินแดนที่เสียไปในสมัยร.ศ.๑๑๒ และก่อนหน้าคืน   ซึ่งอันที่จริงไม่รู้ว่าใครข่มขู่ใครก่อนกันแน่ แต่จากบทบาทที่รัฐบาลพิบูลสงคราม ดำเนินนโยบายสร้างกำลังทางเรือตามพรบ.บำรุงกำลังทางเรือ พ.ศ.๒๔๗๘ ทำให้กองทัพเรือสามารถสั่งต่อเรือรบตามสกีม 1 และ 2 เป็นลำดับมา ทำให้มหาอำนาจย่อมจะต้องเป็นห่วงดุลทางทหารในภูมิภาคอย่างแน่นอน

ตามรายละเอียดที่ค้นคว้าเกี่ยวกับเครื่องบินและประวัติศาสตร์ตอนนั้น ปรากฏความจริงว่ากองทัพอากาศไทยขณะนั้น เพิ่งมีเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงปีกชั้นเดียวใช้อยู่แบบเดียว คือ บ.แบบ Hawk 75 [(เครื่องบินขับไล่แบบที่ 11 หรือ บ.ข.๑๑) กับเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบที่ ๓ หรือ บ.ท.๓ คือเครื่องบินแบบ B-10 Martin ปีกชั้นเดียว 2 เครื่องยนต์ ลำตัวโลหะ] และตามสัญญานั้น นอกจากการส่งมอบเครื่องบิน P-64 จำนวนหนึ่ง และมีสิทธิบัตรในการประกอบหรือจัดสร้างลำตัวเครื่องบินปีกชั้นเดียวแบบนี้ด้วยอีกจำนวนหนึ่ง อันจะเป็นการพัฒนาหรือรับถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องบินลำตัวโลหะ จากที่กรมอากาศยาน หรือกรมช่างอากาศที่สะพานแดงของกองทัพอากาศ ที่ขยายตัวแยกออกจากแผนกการบินของกองทัพบก และได้เคยซื้อแบบมาสร้าง พัฒนาต่อยอดด้วยการประดิษฐ์ ลอกแบบ ออกแบบและจัดสร้างเครื่องบินปีก 2 ชั้น ขึ้นมาเองได้จำนวนหนึ่ง โดยซื้อเครื่องยนต์สำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามาประกอบกับโครงสร้างที่ทำขึ้นในประเทศ เช่น บ.ประชาธิปก และบ.ทิ้งระเบิดบริบัตร (บ.ท.๒) จากยุคที่ใช้ผ้าใบอาบกาวที่เรียกว่าโด๊ป ซึ่งอันที่จริงกรมอู่ทหารเรือก็ได้ร่วมมีบทบาทในการผลิตชิ้นส่วน แล่นประสาน และประกอบบางส่วนของอากาศยุคปีก 2 ชั้นเหล่านั้นด้วย [คล้ายกันกับการประกอบเครื่องบินทะเลแบบ ราชนาวี ๑ (บรน.๑) ซึ่งคุณครูผู้อาวุโสเล่าให้ฟังว่า กรมช่างอากาศมาช่วยกรมอู่ทร.ประกอบแล้วนำลงแม่น้ำเจ้าพระยา บินไปลงจุกเสม็ดที่สัตหีบ]

หลังจากการผลิตประกอบขั้นปลายจนเลือกสีเป็นสีลายพราง และเรือสินค้าได้ลำเลียงออกจากสหรัฐอเมริกาจนมาแวะฟิลิปปินส์เป็นท่าเรือสุดท้าย  จนออกเรือและมีโทรเลขยืนยันกำหนดถึงท่าเรือกรุงเทพแล้ว ปรากฏว่าเรือได้รับคำสั่งให้หันหัวเรือกลับ ซึ่งทหารอากาศบางนายได้ติดตามเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นั้น จนสามารถชี้แจงได้ถึงสังกัดสุดท้ายที่มีการโอนเครื่องบินดังกล่าวเข้าประจำการและการร่วมวมมีบทบาทในการผลิตชิ้นส่วน แล่นประสาน และประกอบบางส่วรบในสงครามโลก จนสูญเสียทั้งหมด แล้วมูลนิธิฯ ยังได้ติดตามซื้อเครื่องบินในรุ่นดังกล่าว (Model เดียวกันแต่ต่าง Mark) มาไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่ดอนเมืองให้ปรากฏแก่ลูกหลานและผู้สนใจในปัจจุบันด้วย

หากศึกษาติดตามข้อมูลในช่วงนั้น จะทราบว่าญี่ปุ่นได้ทำการเสนอขายเครื่องบินขับไล่ให้รัฐบาลไทยแทน ในจำนวนเดียวกัน ซึ่งน่าจะนับได้ว่าเป็นการเอาใจไทยให้ออกห่างจากสหรัฐอเมริกา แต่น่าจะนับได้ว่าเทคโนโลยีที่ไม่ได้รับจากการถ่ายทอดครั้งนี้ทำให้เราล้าหลังและขาดตอนการติดตามเทคโนโลยี จนสิ้นสงครามและตามโลกวิวัฒนาการทางอากาศยานของกรมช่างอากาศ ที่เคยต่อยอดและออกแบบ สร้างเครื่องบินปีก 2 ชั้นได้เองและตามไม่ทันจนปัจจุบันหรือไม่ ผมคงไม่วิจารณ์ แต่ทำให้ผมนึกถึงเรือลาดตระเวนคู่แรกหลังพรบ.บำรุงกำลังทางเรือพ.ศ.๒๔๗๘[i] แล้วตามแผน เรามีส่วนในโครงการตามพรบ.บำรุงกองทัพสยาม โดยเตรียมการจัดหาเรือลาดตระเวน ๒ ลำ ที่เราสั่งต่อจนได้รับพระราชทานชื่อว่า รล.ตากสิน และ รล.นเรศวร ลำที่ 1 ที่อิตาลี ทั้ง 2 ลำที่มาไม่ถึงประเทศไทย ทั้งที่เตรียมกำลังพลรับเรือแล้ว พล.ร.ท.วิสิฎฐ์ เผ่าทองศุข ร.น. อดีตเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ในสมัยเป็นผอ.ราชนาวิกสภาได้เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่าอิตาลีเกณฑ์ไปใช้ในสงคราม โดยได้ตั้งชื่อใหม่อยู่ในเรือลาดตระเวนชุดภูเขาไฟ คือ เอทน่า กับ วิซูเวียต และประวัติในทร.เรามีแต่มีประวัติสั้น ๆ ว่า “เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 การสร้างเรือดำเนินไปได้ช้าลง เพราะขาดแคลนวัสดุและการส่งอาวุธประจำเรือ ปืนใหญ่หลักขนาด 6 นิ้ว ทั้ง 3 ป้อมก็เป็นของ โบฟอร์ส สวีเดน ที่ได้รับผลโดยตรงจากสงคราม ถูกเยอรมันบุกจนเกือบถูกยึดครอง” ซึ่งเราคงทราบดีว่าอิตาลีเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ คือ เยอรมัน และสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปเขารบกันตั้งแต่ปี 1939 (พ.ศ.2482) หลังเยอรมันบุกโปแลนด์    แม้ไทยจะร่วมรบกับญี่ปุ่นหลังมกราคม 2485 (จนถูกพันธมิตรส่งเครื่องบิน B-24 ลิเบอเรเตอร์ มาทิ้งระเบิดกรุงเทพฯ หลังจากญี่ปุ่นบุกเมื่อ 8 ธันวาคม 2484) จนเมื่อสถานการณ์คับขัน ในฝ่ายอักษะด้วยกันก็ต้องเอาตัวรอดทั้งนั้น “เรือรบทั้ง 2 จึงถึงเกณฑ์เข้าร่วมรบและถูกโจมตีทิ้งระเบิดจนจมนั่งแท่นอยู่ในแม่น้ำ”

ผมเองจากที่ได้เกิดความสนใจที่หารายละเอียดของเรือทั้งสองลำนี้ว่าเป็นไปเป็นมากันอย่างไร และอยากจะหาข้อมูล และหน้าตาของเรือที่ถูกแปลงสภาพไป จึงเริ่มลงมือค้นหาในทางฝ่าย ทร. ก่อน ซึ่งก็ได้คำแนะนำจากคุณครู พลเรือเอกประพัฒน์ จันทวิรัช ร.น. อดีตผู้บัญชาการทหารเรือว่า เคยมีภาพวาดของเรือทั้งสองนี้ในนาวิกศาสตร์สมัยที่ท่านเป็นนักเรียนนายเรือ ซึ่งผมก็ไม่มีโอกาสค้นหา เพราะอาจต้องไปต่อสู้กับปลวกหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ในโอกาสที่ได้เข้าเยี่ยมคาราวะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่กองบัญชาการ กองเรือยุทธการ สัตหีบ ก็ได้พบภาพวาดที่น่าจะเป็นเรือดังกล่าว จึงได้ถ่ายภาพด้วยกล้องที่ใช้ฟิล์ม อัดขยายแล้วนำมาสอบถามคุณครูทำนุฯ (พลเรือโททำนุ เนตรโรจน์ ร.น. ประธานคณะกรรมการประวัติศาสตร์กองทัพเรือท่านแรก) ภายหลังท่านเกษียณ ท่านดูแล้วท่านก็ตอบว่าใช่ จึงได้เริ่มเห็นภาพเรือมากกว่าภาพตอนอยู่ในอู่แห้งกับตอนปล่อยเรือลงน้ำ พร้อมกับรายละเอียดและประวัติจนจบของเรือพี่-น้องคู่นี้ ผมจึงลองค้นความเดิม ตั้งแต่ดั้งเดิมที่ทร.สยามเคยคิดอยากมีเรือลาดตระเวน ซึ่งก็พอลำดับความได้


[i] การนับปี พ.ศ.ของเราก่อนยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เราไปเปลี่ยนปีพ.ศ.เมื่อขึ้นเดือนเมษายน จึงควรระวังความสับสน


สมาชิกและผู้อ่านสามารถติดตามอ่านต่อได้ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๕ เล่มที่ ๑๑ เดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๕
   

ผู้ที่กำลังออนไลน์

มี 47 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

   

จำนวนผู้เข้าชมบทความ

เนื้อหาที่เปิดอ่าน
642075
   

สถิติผู้เยี่ยมชม

308386
วันนี้วันนี้146
เมื่อวานนี้เมื่อวานนี้138
เดือนนี้เดือนนี้8095
All_DaysAll_Days308386
   
© สำนักงานราชนาวิกสภา กองบัญชาการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ 10700 webmaster@rtni.org โทร.0-2475-4869

เข้าสู่ระบบ

   

สำนักงานราชนาวิกสภา กองบัญชาการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ 10700
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.   โทร.0-2475-4869